วิธีติดตั้งลูกลอยไฟฟ้า ควบคุมระดับน้ำอย่างถูกวิธี

วิธีติดตั้งลูกลอยไฟฟ้า ควบคุมระดับน้ำและระบบสูบน้ำเสียอย่างถูกวิธี - Electric Float Switch Installation Guide

วิธีติดตั้งลูกลอยไฟฟ้า ควบคุมระดับน้ำอย่างถูกวิธี

ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาน้ำล้นแท็งก์ น้ำแห้งจนปั๊มไหม้ หรืออยากทำระบบบ่อสูบน้ำเสียอัตโนมัติ ตัวช่วยที่ดีที่สุดคือการติด ลูกลอยไฟฟ้า หรือที่ช่างเรียกกันว่า สวิทช์ลูกลอย (Float Switch) ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการระบบน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบระดับน้ำดีในบ้าน หรือการสั่งงานระบบสูบน้ำเสียในภาคอุตสาหกรรม

 

วิธีติดตั้งลูกลอยไฟฟ้า ทำอย่างไร?

วิธีติดตั้งลูกลอยไฟฟ้าอย่างถูกวิธี มีขั้นตอนง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน
1. กำหนดระยะระดับน้ำ : ใส่ลูกถ่วง หรือตุ้มถ่วงน้ำหนัก (Counterweight) เข้ากับสายไฟของสวิทช์ลูกลอยไฟฟ้า ปรับระยะห่างระหว่างลูกถ่วงและตัวลูกลอยให้อยู่ในช่วง 15-30 เซนติเมตร หรือตามระดับน้ำที่ต้องการให้ตัด-ต่อวงจร
2. หย่อนลูกลอย : หย่อนตัวลูกลอยไฟฟ้า ลงในถังเก็บน้ำ บ่อสูบน้ำเสีย บ่อบำบัด หรือบ่อที่ต้องการ โดยต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกลอยสามารถเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้อย่างอิสระ ไม่ติดขอบถังหรือท่อส่งน้ำ
3. ต่อสายไฟ : เลือกคู่สายไฟสวิทช์ลูกลอยควบคุมระดับน้ำให้ตรงกับระบบการใช้งานที่ต้องการ โดยระบบเติมน้ำเข้าจะใช้สายหน้าสัมผัสปิด (NC) ส่วนระบบสูบน้ำเสียออกจะใช้สายหน้าสัมผัสเปิด (NO) จากนั้นเชื่อมต่อเข้ากับระบบจ่ายไฟหรือตู้คอนโทรลปั๊มน้ำ

3 ขั้นตอนการติดตั้งลูกลอยไฟฟ้า 220V. - 3 Steps to Install a 220V Electric Float Switch

โครงสร้างสายไฟของสวิทช์ลูกลอยควบคุมระดับน้ำ

โดยทั่วไป สวิทช์ลูกลอยไฟฟ้า จะมีสายไฟสำเร็จรูปมาให้ 3 เส้น ซึ่งถูกออกแบบมาให้รองรับการทำงานทั้ง 2 ระบบ (ระบบเติมน้ำเข้า และ ระบบสูบน้ำออก) การเลือกคู่สายไฟมาใช้งานให้ถูกวิธี สามารถดูได้จากตารางเปรียบเทียบนี้

 

ระบบงานที่ต้องการหน้าสัมผัส (Contact)คู่สายไฟที่ต้องเลือกใช้หลักการควบคุมระดับน้ำ
ระบบเติมน้ำเข้าถัง
(Auto Fill)
NC
(Normally Close)
สายสีดำ (Common) + สายสีน้ำเงิน

ปั๊มเริ่มทำงานเมื่อ น้ำแห้ง
ปั๊มหยุดทำงานเมื่อ น้ำเต็ม

ระบบสูบน้ำเสีย / ระบายน้ำออก (Auto Drain)NO
(Normally Open)
สายสีดำ (Common) + สายสีน้ำตาลปั๊มเริ่มทำงานเมื่อ น้ำเต็มบ่อ
ปั๊มหยุดทำงานเมื่อ น้ำแห้งบ่อ

หมายเหตุ : สีของสายไฟอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามมาตรฐานผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ ควรตรวจสอบ Schema ด้านข้างตัวสวิทช์ลูกลอยไฟฟ้าก่อนเริ่มทำงานทุกครั้ง

 

ขั้นตอนการต่อสายไฟและวิธีติดตั้งลูกลอยไฟฟ้า

1. การติดตั้งตัวลูกลอยและตั้งระยะลูกถ่วง

  • นำสายไฟของสวิทช์ลูกลอยไฟฟ้า Float Switch สอดผ่านรูของลูกถ่วงน้ำหนัก
  • ปรับระยะห่างระหว่างลูกถ่วงกับตัวลูกลอยไฟฟ้า ยิ่งระยะห่างกันมาก ส่วนต่างของระดับน้ในการสั่งเปิด-ปิดปั๊มก็จะยิ่งมากตามไปด้วย
  • หย่อนชุดลูกลอยลงในบ่อหรือถังเก็บน้ำ ยึดปลายสายไฟด้านบนให้แน่นหนา

 

2. วิธีต่อสวิทช์ลูกลอยไฟฟ้า 220V เข้ากับปั๊มน้ำ

กรณีที่ 1: การต่อสวิทช์ลูกลอยควบคุมระดับน้ำ เพื่อเติมน้ำเข้าแท็งก์ (ใช้สาย ดำ + น้ำเงิน)

  • ตัดสายไฟเส้น Line (เส้นที่มีไฟ) ที่จะวิ่งไปหาปั๊มน้ำ
  • นำสาย Line จากแหล่งจ่ายไฟ ต่อเข้ากับ สายสีดำ (Common) ของลูกลอย
  • นำ สายสีน้ำเงิน (NC) ของลูกลอย ต่อพ่วงเข้ากับสายฝั่งที่วิ่งไปเข้าตัวปั๊มน้ำ
  • ต่อสาย Neutral (เส้นที่ไม่มีไฟ) เข้ากับปั๊มน้ำโดยตรง

 

กรณีที่ 2: การต่อสำหรับระบบสูบน้ำเสีย หรือไดโว่ระบายน้ำท่วม (ใช้สาย ดำ + น้ำตาล)

  • ตัดสายไฟเส้น Line (เส้นที่มีไฟ) ที่จะวิ่งไปหาปั๊มแช่ดูดน้ำเสีย
  • นำสาย Line จากแหล่งจ่ายไฟ ต่อเข้ากับ สายสีดำ (Common) ของลูกลอย
  • นำสายสีน้ำตาล (NO) ของลูกลอย ต่อพ่วงเข้ากับสายฝั่งที่วิ่งไปเข้าปั๊มแช่
  • ต่อสาย Neutral เข้ากับปั๊มน้ำโดยตรง

 

ข้อควรระวังในการติดตั้งลูกลอยไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย

  • ข้อจำกัดเรื่องกระแสไฟ : แม้ว่าจะเป็นลูกลอยไฟฟ้า 220V แต่หน้าสัมผัสภายในมักรองรับกระแสไฟได้ไม่เกิน 10A-16A (หรือปั๊มน้ำขนาดไม่เกิน 1-1.5 แรงม้า) หากปั๊มน้ำเสียหรือปั๊มน้ำดีของคุณมีกำลังวัตต์สูงกว่านี้ จำเป็นต้องต่อผ่าน Magnetic Contactor เพื่อความปลอดภัย ห้ามต่อตรงเด็ดขาดเพราะจะทำให้สวิทช์ลูกลอยไหม้และเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางในบ่อน้ำเสีย : ในระบบสูบน้ำเสีย มักมีคราบไขมัน เศษขยะ หรือสิ่งปฏิกูลลอยอยู่ สิ่งเหล่านี้อาจเกาะติดตัวลูกลอยทำให้ไม่สามารถลอยขึ้นหรือจมลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ปั๊มน้ำทำงานค้างจนมอเตอร์ไหม้ ควรหมั่นตรวจเช็กสภาพความสะอาดของอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ

 

สรุปการควบคุมระดับน้ำด้วยสวิทช์ลูกลอย

การรู้วิธีติดตั้งลูกลอยไฟฟ้าอย่างถูกวิธี ช่วยให้คุณสามารถสร้างระบบควบคุมระดับน้ำอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการน้ำดีหรือระบบสูบน้ำเสีย สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกคู่สายไฟ (NO/NC) ให้เหมาะสมกับรูปแบบงาน และการคำนวณขนาดกระแสไฟเพื่อเลือกติดตั้งร่วมกับตู้คอนโทรลได้อย่างปลอดภัย